10 คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับเรกิ
ตอบทุกข้อสงสัยก่อนเรียน

คุณสนใจเรียนเรกิแต่ยังมีข้อสงสัยอยู่ใช่ไหม? เรกิคืออะไร? ขัดกับศาสนาไหม? ต้องมีพื้นฐานด้านพลังงานไหม? ราคาเท่าไหร่?

วันนี้เรารวม 10 คำถามที่ผู้เรียนถามบ่อยที่สุด พร้อมคำตอบที่ชัดเจน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

10 คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับเรกิ

1. เรกิคืออะไร?

เรกิ (Reiki) มาจากภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “พลังงานชีวิตสากล” เป็นศาสตร์การปรับสมดุลพลังงานจากญี่ปุ่น ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ผ่านการรับส่งพลังงานชีวิต

เรกิถูกค้นพบโดยมิคาโอะ อูซุย (Mikao Usui) ในปี 1922 หลังจากท่านปฏิบัติสมาธิบนภูเขา Kurama เป็นเวลา 21 วัน และได้รับการตรัสรู้ ท่านได้ค้นพบวิธีการรับส่งพลังงานเพื่อการรักษา และเริ่มสอนเผยแพร่จนแพร่หลายไปทั่วโลก

เรกิทำงานโดยการปรับสมดุลพลังงานในร่างกาย เมื่อพลังงานไหลเวียนดี ร่างกายและจิตใจก็สมดุล แต่เมื่อพลังงานอุดตัน ก็เกิดความเครียด เจ็บป่วย หรืออารมณ์ไม่ดี เรกิช่วยให้พลังงานไหลเวียนได้อีกครั้ง

2. เรกิขัดกับศาสนาไหม?

ไม่ขัด เรกิไม่ใช่ศาสนา เป็นศาสตร์พลังงาน คนทุกศาสนาสามารถเรียนและใช้เรกิได้

เรกิมีรากฐานมาจากพุทธศาสนา เพราะมิคาโอะ อูซุยเป็นนักศึกษาพุทธและได้รับการตรัสรู้ระหว่างปฏิบัติสมาธิ แต่เรกิไม่มีพิธีกรรมทางศาสนา ไม่ต้องเปลี่ยนศาสนา ไม่ต้องบูชาเทพเจ้า

เรกิเป็นเพียงเครื่องมือในการปรับสมดุลพลังงาน เหมือนการฝึกโยคะ หรือสมาธิ ไม่ขัดกับหลักการของศาสนาใดๆ จริงๆ แล้วหลายศาสนามีแนวคิดเรื่องพลังงานชีวิตคล้ายกัน เช่น ชี (Chi) ในจีน ปราณะ (Prana) ในอินเดีย และพระจิต (Holy Spirit) ในคริสต์

ที่ Energy Mastery Academy อาจารย์เบลล่าบูรณาการหลักธรรมคำสอนในสายพุทธเข้ากับเรกิ เพราะทั้งสองมีรากฐานเดียวกัน ช่วยให้เข้าใจเรกิในมิติที่ลึกซึ้งขึ้น แต่ไม่ได้บังคับให้ผู้เรียนต้องนับถือพุทธ

3. ต้องมีพื้นฐานด้านพลังงานหรือสมาธิมาก่อนไหม?

ไม่ต้อง เริ่มจากศูนย์ได้เลย

นี่คือความพิเศษของเรกิ ไม่ว่าคุณจะไม่เคยฝึกสมาธิมาก่อน ไม่รู้จักจักระ หรือไม่เคยทำงานกับพลังงานเลย ก็สามารถเรียนเรกิได้ เพราะเรกิทำงานผ่าน Attunement ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางพลังงานโดยอาจารย์

หลังจาก Attunement คุณจะสามารถเชื่อมต่อกับพลังงานเรกิได้ทันที ไม่ต้องฝึกหลายปีเหมือนการบำบัดพลังงานอื่นๆ แน่นอนว่าถ้าคุณมีพื้นฐานด้านสมาธิหรือพลังงานมาก่อน ก็จะทำให้เข้าใจเร็วขึ้น แต่ไม่ใช่สิ่งจำเป็น

ที่สำคัญคือความตั้งใจเรียนรู้ ใจเปิดกว้าง และพร้อมฝึกปฏิบัติ อาจารย์จะสอนตั้งแต่พื้นฐาน อธิบายให้เข้าใจง่าย และให้เวลาฝึกปฏิบัติจริงในคลาส

4. เรียนเรกิแล้วทำอะไรได้บ้าง?

เรียนเรกิ Level 1 แล้วคุณจะทำอะไรได้บ้าง ได้แก่ ฮีลลิ่งตัวเอง (Self-Healing) เพื่อดูแลสุขภาพกายและใจ ลดความเครียด ปรับสมดุลอารมณ์ และฮีลลิ่งผู้อื่น สามารถส่งเรกิให้คนในครอบครัว เพื่อน หรือคนรอบข้างได้

นอกจากนี้ยังสามารถปรับสมดุลจักระ สแกนและปรับสมดุลพลังงานในร่างกาย อัดพลังลงน้ำ อัดพลังลงสิ่งของ เช่น คริสตัล เครื่องรางของขลัง และส่งเรกิให้พืช สัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บหรือป่วยก็รับเรกิได้เช่นกัน

ถ้าเรียนต่อ Level 2 จะได้เทคนิคขั้นสูง เช่น Distance Healing (รักษาทางไกล) ส่งเรกิข้ามเวลาและระยะทาง Mental/Emotional Healing รักษาระดับจิตใจและอารมณ์ลึกซึ้งขึ้น และใช้ Symbol & Mantra เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ถ้าเรียนถึง Master คุณสามารถเปิดบริการเป็น Reiki Practitioner มีรายได้จากการฮีลลิ่ง หรือเป็นอาจารย์สอนเรกิ ถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่น ผสมผสานเรกิกับอาชีพอื่น เช่น นวด โยคะ สปา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้บริการ

5. ต้องเรียนครบทุก Level ไหม?

ไม่จำเป็น เรียนทีละ Level ฝึกปฏิบัติให้เชี่ยว พอพร้อมค่อยเรียนต่อ

หลายคนเรียนแค่ Level 1 เพื่อใช้ดูแลตัวเองและครอบครัว ก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องเรียนต่อถ้าไม่ต้องการ บางคนเรียน Level 1 แล้วฝึกปฏิบัติ 6 เดือน-1 ปี พอรู้สึกพร้อมค่อยเรียน Level 2 บางคนเรียนถึง Level 2 แล้วหยุด ไม่เรียน Master ก็ได้

สิ่งสำคัญคือการฝึกปฏิบัติให้เชี่ยวชาญในแต่ละ Level การเรียนเร็วไม่ได้แปลว่าดีกว่า การฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอสำคัญกว่า

แต่ถ้าคุณมีเป้าหมายชัดเจน เช่น อยากเป็น Healer มืออาชีพ อยากเปิดสอน หรืออยากเรียนรู้เรกิอย่างลึกซึ้ง ก็ควรเรียนครบทุก Level และฝึกปฏิบัติอย่างจริงจัง

6. เรียนเรกิใช้เวลานานไหม?

ไม่นาน Reiki Level 1 เรียนแค่ 2 วันเต็ม

วันแรกคุณจะได้เรียนทฤษฎีพื้นฐานของเรกิ รับ Attunement ครั้งแรก และฝึกปฏิบัติ Self-Healing และการส่งเรกิให้ผู้อื่น วันที่สองจะได้เรียนเทคนิคขั้นสูง การทำงานกับจักระ การอัดพลังเรกิ และฝึกปฏิบัติเพิ่มเติม

หลังจากเรียนจบ 2 วัน คุณสามารถใช้เรกิได้ทันที แต่แนะนำให้ฝึกปฏิบัติต่ออย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ 21 วันแรกหลัง Attunement เพื่อให้ช่องทางพลังงานแข็งแรง

เวลาเรียนสั้น แต่การฝึกปฏิบัติเป็นเรื่องตลอดชีวิต ยิ่งใช้เรกิบ่อย ช่องทางพลังงานก็จะยิ่งแข็งแรง และคุณก็จะเชี่ยวชาญมากขึ้น

7. เรกิรักษาโรคได้จริงไหม?

เรกิไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ แต่เป็นการบำบัดเสริม (Complementary Therapy) หรือเป็นการปรับสมดุล

เรกิทำงานกับพลังงาน ช่วยปรับสมดุลและเสริมการรักษาทางการแพทย์ แต่ไม่ใช่การรักษาแทนหมอ คุณไม่ควรหยุดยาหรือเลิกไปพบแพทย์เพียงเพราะทำเรกิ เรกิทำควบคู่กับการรักษาแพทย์ได้ และมีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงว่าเรกิช่วยลดความเครียด ลดความเจ็บปวด ช่วยให้หลับดีขึ้น เสริมระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังการผ่าตัด

WHO (องค์การอนามัยโลก) รับรองว่าเรกิเป็น Complementary Therapy ที่สามารถใช้ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ได้ และหลายโรงพยาบาลในต่างประเทศมีบริการเรกิให้ผู้ป่วย

สิ่งสำคัญคือ Reiki Practitioner ที่ดีต้องรู้ขอบเขตของตัวเอง ไม่อ้างว่ารักษาโรคได้ ไม่วินิจฉัยโรค ไม่แนะนำให้หยุดยา และแนะนำให้ไปพบแพทย์เสมอ

8. ราคาเรียนเรกิเท่าไหร่?

ราคาขึ้นอยู่กับอาจารย์และรูปแบบการเรียน

ที่ Energy Mastery Academy อาจารย์เบลล่าเปิดสอน 2 รูปแบบคือ เรียนแบบกลุ่ม (Group Class) รับสูงสุด 4 คน ราคา 25,000 บาท และเรียนแบบส่วนตัว (Private Class) 1 ต่อ 1 ราคา 35,000 บาท

ราคานี้รวมอะไรบ้าง รวม Attunement พลังงานเรกิ Workshop 2 วันเต็ม คู่มือและเอกสารประกอบ ไฟล์เสียง Guided Meditation คลาสบำบัดส่วนตัว 1 ครั้ง (มูลค่า 7,000 บาท) สิทธิ์ Sit-in คลาสเรกิ 1 รุ่นถัดไป Reiki Certification จากสายสืบทอดญี่ปุ่น และการดูแลและติดตามผลหลังเรียน

เมื่อเทียบกับคุณค่าที่ได้รับ ทั้งความรู้ที่ใช้ได้ตลอดชีวิต การพัฒนาตัวเอง และ Certificate ที่มีน้ำหนัก ราคานี้ถือว่าคุ้มค่า

9. เรียนออนไลน์หรือออฟไลน์ดีกว่ากัน?

ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน แต่ออฟไลน์จะได้ประสบการณ์ดีกว่า

เรียนออนไลน์ข้อดีคือสะดวก ไม่ต้องเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่าย เรียนได้ทุกที่ทั่วโลก แต่ข้อเสียคือไม่ได้รับพลังงานโดยตรง อาจารย์ดูแลได้ไม่ทั่วถึง ไม่มี interaction กับเพื่อนร่วมเรียน

เรียนออฟไลน์ข้อดีคือได้รับ Attunement โดยตรงจากอาจารย์ พลังงานแข็งแรงกว่า อาจารย์เช็คสภาวะพลังงานให้แบบรายบุคคล สามารถถามคำถามและรับ feedback ทันที ได้ฝึกปฏิบัติจริงกับเพื่อนร่วมเรียน และสร้าง community ที่แข็งแรง

ที่ Energy Mastery Academy อาจารย์เบลล่าแนะนำให้เรียนออฟไลน์โดยเฉพาะ Level 1 เพื่อให้ได้พื้นฐานที่แข็งแรง และรับ Attunement ที่มีคุณภาพ ถ้าเรียน Level 2 หรือ 3 ต่อ อาจเรียนออนไลน์ได้ถ้าพื้นฐานดีแล้ว

เรกิ

10. เลือกอาจารย์สอนเรกิอย่างไร?

การเลือกอาจารย์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะคุณภาพการ Attune และความรู้ที่ได้รับขึ้นอยู่กับอาจารย์

สิ่งที่ต้องดูคือ สายสืบทอด (Lineage) อาจารย์คนนี้ได้รับการ Attune จากใคร อยู่ในสายสืบทอดไหน ตรวจสอบได้หรือไม่ ควรเป็นสายสืบทอดที่ตรงไปถึงมิคาโอะ อูซุย

ประสบการณ์การสอน สอนมานานแค่ไหน มีนักเรียนกี่คน มีผลงานอะไรบ้าง อาจารย์ที่มีประสบการณ์จะสอนได้ดีกว่า แก้ปัญหาได้ตรงจุด

ความรู้และความเชี่ยวชาญ อาจารย์เข้าใจเรกิลึกซึ้งแค่ไหน มีความรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติหรือไม่ สามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายหรือไม่

การดูแลหลังเรียน มีการติดตามผลหรือไม่ ตอบคำถามหลังเรียนหรือไม่ มี community สำหรับผู้เรียนหรือไม่

อาจารย์เบลล่าได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจาก Hiroshi Doi Sensei ผู้ก่อตั้งสมาคม Gendai Reiki Ho ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสายสืบทอดญี่ปุ่นแท้ มีประสบการณ์สอนมากกว่า 12 ปี ผู้เรียนกว่า 1,000 คน มีความเชี่ยวชาญทั้งสายญี่ปุ่นและตะวันตก และบูรณาการหลักธรรมคำสอนในสายพุทธ

สรุป

เรกิเป็นศาสตร์พลังงานที่ทุกคนเรียนได้ ไม่ต้องมีพื้นฐาน ไม่ขัดกับศาสนา และใช้เวลาเรียนไม่นาน เพียง 2 วันคุณก็สามารถใช้เรกิดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้

สิ่งสำคัญคือการเลือกอาจารย์ที่อยู่ในสายสืบทอดแท้ มีประสบการณ์ และดูแลนักเรียนอย่างทั่วถึง

ถ้าคุณพร้อมเริ่มต้นเส้นทางเรกิ อาจารย์เบลล่ายินดีต้อนรับ


เรียนเรกิญี่ปุ่นสายตรงกับอาจารย์เบลล่า

Reiki Level 1 เรกิญี่ปุ่นสายตรงจาก Hiroshi Doi Sensei เรียน 2 วันเต็ม กลุ่มเล็ก 4 คน

Line: @ajarnbella
energymastery.academy

Good Life. Good Vibe. Good Energy.


เกี่ยวกับผู้เขียน

อาจารย์เบลล่า – Reiki Master ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจาก Hiroshi Doi Sensei ผู้ก่อตั้งสมาคม Gendai Reiki Ho
ประสบการณ์สอนกว่า 12 ปี ผู้เรียนกว่า 1,000 คน สอนเรกิญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมสายตรง บูรณาการหลักธรรมคำสอนในสายพุทธ

Scroll to Top